หลักเกณฑ์การเสนอบทความวิชาการหรือบทความจากงานวิจัยส่งตีพิมพ์ ในวารสารวิชาการ รมยสาร

1. เป็นบทความด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ที่เกี่ยวกับภาษา วรรณกรรม ชาติพันธุ์ บรรณารักษ์ ดนตรี
นาฏศิลป์ กฎหมาย การพัฒนาสังคม การศึกษา การเมือง วัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม
2. เป็นบทความภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ในกรณีเป็นบทความภาษาอังกฤษต้องผ่านการตรวจสอบความถูก
ต้องจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาก่อนส่งให้บรรณาธิการ
3. ต้องระบุชื่อบทความ และชื่อ – สกุลจริงของผู้เขียนบทความ พร้อมวุฒิการศึกษาตำาแหน่งและสถานที่ทำางาน
อย่างชัดเจน เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
4. ต้นฉบับบทความต้องมีความยาวไม่เกิน 12 หน้ากระดาษ A4 ขนาดอักษร TH SarabanPSK 14 พร้อมทั้ง
แฟ้มข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ส่งมาที่เว็บไซต์ http://rommayasan.bru.ac.th
5. ต้องเป็นบทความที่ไม่เคยตีพิมพ์หรือเผยแพร่ที่ใดมาก่อน
6. หากเป็นงานแปลหรือเรียบเรียงจากภาษาต่างประเทศต้องมีหลักฐานการอนุญาตให้ตีพิมพ์เป็นลายลักษณ์
อักษรจากเจ้าของลิขสิทธิ์
7. บทความต้องมีสาระสังเขปทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีความยาวรวมกันไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4
8. บทความควรมีตาราง แผนภูมิ ภาพประกอบ ตามความเหมาะสม
9. บทความที่ส่งมาตีพิมพ์จะได้รับการกลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยสองท่าน
10. บทความที่ไม่ผ่านการพิจารณาให้ตีพิมพ์ กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ทราบ แต่ไม่ส่งต้นฉบับคืนผู้เขียน
ส่วนประกอบของบทความ
บทความวิชาการ หัวข้อและเนื้อหาควรชี้ประเด็นที่ต้องการนำาเสนอให้ชัดเจนและมีลำาดับเนื้อหาที่เหมาะ
สมเพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ชัดเจน รวมถึงมีการใช้ทฤษฎีวิเคราะห์และเสนอแนะประเด็นอย่างสมบูรณ์ โดยควรมีองค์
ประกอบดังต่อไปนี้
1. ชื่อเรื่อง (Title) ชื่อเรื่องควรมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยพิมพ์ชื่อเรื่องเป็นภาษาไทยและตามด้วย
ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษในบรรทัดต่อมา
2. บทคัดย่อ (Abstract) สรุปเนื้อหาของบทความให้ได้ใจความชัดเจน และควรมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
โดยเขียนเป็นภาษาไทยก่อน ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ จำานวนคำาไม่เกิน 250 คำา
3. คำาสำาคัญ (Keyword) ระบุคำาเป็นคำาสำาคัญของเนื้อหา เหมาะสมสำาหรับนำาไปใช้เป็นคำาค้นในระบบฐาน
ข้อมูล ไม่เกิน 5 คำา ใต้บทคัดย่อ
4. บทนำา (Introduction) เป็นส่วนแนะนำาและปูพื้นเรื่องเพื่อให้ผู้อ่านทราบข้อมูลเบื้องต้นของเนื้อหา รวมทั้ง
ระบุถึงขอบเขตเนื้อหาของบทความ
5. เนื้อหา (Body of Text) เป็นส่วนหลักของเนื้อหาบทความ มีการแบ่งประเด็นออกเป็นเรื่องย่อยๆ และมี
การจัดเรียงลำาดับเป็นหัวข้อตามรายละเอียดของเนื้อหา
6. บทสรุป (Conclusion) เป็นการสรุปเนื้อหาในบทความทั้งหมดออกมาอย่างชัดเจน และกระชับโดยมีการ
สรุป ปิดท้ายเนื้อหาที่เราได้นำาเสนอไปแล้วว่ามีผลดี หรือผลเสียอย่างไร
7. เอกสารอ้างอิง (Reference) เขียนในรูปแบบ APA (American Psychological Association Citation Style)

บทความวิจัย ควรมีการนำาเสนอผลการวิจัยที่ได้รับอย่างเป็นระบบ โดยควรมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้
1. ชื่อเรื่อง (Title) ชื่อเรื่องควรมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยพิมพ์ชื่อเรื่องเป็นภาษาไทยและตาม
ด้วยชื่อเรื่องภาษาอังกฤษในบรรทัดต่อมา
2. บทคัดย่อ (Abstract) ควรมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเขียนเป็นภาษาไทยก่อน ความยาวไม่
เกิน 1 หน้ากระดาษ (การเขียนบทคัดย่อ คือ การสรุปสาระสำาคัญของเรื่องโดยเฉพาะวัตถุประสงค์ วิธีการและผลการวิจัย)
3. คำาสำาคัญ (Keyword) ระบุคำาเป็นคำาสำาคัญของเนื้อหา เหมาะสมสำาหรับนำาไปใช้เป็นคำาค้นในระบบฐาน
ข้อมูล ไม่เกิน 5 คำา ใต้บทคัดย่อ
4. บทนำา (Introduction) เป็นการอธิบายถึงที่มาและความสำาคัญของปัญหา และเหตุผลที่นำาไปสู่การวิจัย
มีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุนหรือโต้แย้ง รวมถึงแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
5. วัตถุประสงค์ (Objective) ระบุถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการวิจัย
6. วิธีการวิจัย (Methodology) อธิบายถึงกระบวนการดำาเนินการวิจัยอย่างละเอียดและชัดเจน
7. ผลการวิจัย (Result) เสนอผลการวิจัยที่ตรงประเด็นตามลำาดับขั้นของการวิจัย การใช้ตารางหรือแผนภูมิ
ไม่ควรเกิน 5 ตารางหรือแผนภูมิ โดยมีการแปลความหมายและวิเคราะห์ผลที่ค้นพบอย่างชัดเจน
8. อภิปรายผลการวิจัย (Discussion) ผสมผสานเปรียบเทียบและตีความผลการวิจัยให้เข้ากับหลักทฤษฎี
แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเชื่อมโยงผลการวิจัยให้สอดคล้องกับประเด็นปัญหาการวิจัย
9. บทสรุป (Conclusion) สรุปสาระสำาคัญของผลการวิจัย และให้ข้อเสนอแนะที่จะนำาผลการวิจัยนั้นไป
ใช้ประโยชน์
10. เอกสารอ้างอิง (Reference) เขียนในรูปแบบ APA (American Psychological Association Citation
Style)